วิศวกรรมปัจจัยมนุษย์เพื่อการออกแบบเครื่องมืออุปกรณ์ กรณีศึกษาวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเครื่องแกง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประยุกต์ใช้หลักวิศวกรรมปัจจัยมนุษย์เพื่อการออกแบบเครื่องมืออุปกรณ์ สำหรับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเครื่องแกง บ้านดูซงปาแย ตำบลตอหลัง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี จากการสำรวจปัญหาสุขภาพและการประเมินความเสี่ยงทางการยศาสตร์ด้วยวิธี RULA และ REBA พบว่าผู้ปฏิบัติงานมีความเสี่ยงอยู่ในระดับสูง (คะแนน RULA = 7 และ REBA = 9) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าลักษณะการทำงานในปัจจุบันมีปัญหาและควรได้รับการปรับปรุงสถานีงานอย่างเร่งด่วน ผู้วิจัยได้ ดำเนินการเก็บข้อมูลสัดส่วนร่างกายของกลุ่มตัวอย่างเพศหญิงจำนวน 15 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง เพื่อนำมาประกอบการออกแบบเครื่องหั่นตะไคร้และเก้าอี้ปฏิบัติงาน โดยใช้ข้อมูลเปอร์เซ็นไทล์ที่ 5 และ 95 ในการกำหนดสัดส่วน ได้แก่ ความสูงระดับข้อศอก (92.00 - 98.30 เซนติเมตร) ผู้วิจัยได้กำหนดความสูงของโต๊ะปฏิบัติงานไว้ที่ 90 เซนติเมตร เพื่อให้ต่ำกว่าระดับข้อศอกและสะดวกต่อการทำงาน สำหรับการออกแบบเก้าอี้ ได้กำหนดความสูงจากพื้นถึงขาอ่อนล่างเป็นช่วง 35-45 เซนติเมตร เพื่อให้สามารถปรับระดับได้ ความลึกของเก้าอี้ใช้ระยะ 38 เซนติเมตร ความกว้างของเก้าอี้ 40 เซนติเมตร และระยะเอื้อมแขนไปข้างหน้า 69 – 73 เซนติเมตร ซึ่งผู้ใช้งานสามารถขยับเครื่องหั่นหรือเก้าอี้ได้ตามความเหมาะสม ผลการทดลองนำเครื่องมือที่ออกแบบใหม่ไปใช้งานจริงกับกลุ่มตัวอย่างเดิม พบว่าประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยสามารถลดเวลาการหั่นตะไคร้จำนวน 15 กิโลกรัมลงได้ 9.08 นาที และระดับความเสี่ยงทางการยศาสตร์ลดลงมาอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย (คะแนน RULA ลดลงเหลือ 4 และ REBA ลดลงเหลือ 4) นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังมีความพึงพอใจต่ออุปกรณ์ที่ออกแบบใหม่อยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.38) สรุปได้ว่า การประยุกต์ใช้หลักวิศวกรรมปัจจัยมนุษย์ในการออกแบบเครื่องมืออุปกรณ์ สามารถช่วยให้วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเครื่องแกงเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดความเสี่ยงทางการยศาสตร์ในการทำงานลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน, สถาบันความปลอดภัยในการทำงาน. (2551). แนวทางการปรับปรุงสภาพการทำงานที่ผู้ปฏิบัติงานมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเนื่องจากการทำงาน. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์เรียงสามกราฟฟิคดีไซน์.
กิตติ อินทรานนท์. (2548). เออร์โกโนมิกส์. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จตุพร คงทอง, ฐิรารัตน์ แก้วจำนง, และ สุรีย์พร วุฒิมานพ (2561). แผนกลยุทธ์เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์เครื่องแกงชุมชน : กรณีศึกษาวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเครื่องแกงบ้านนากุน วารสารนาคบุตรปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ปีที่ 10ฉบับพิเศษ กรกฎาคม-กันยายน 2561, 36-47.
จันทณี นิลเลิศ. (2560). การนั่งตามหลักการยศาสตร์. วารสารเวชบันทึกศิริราช ปีที่ 10 ฉบับที่ 1, มกราคม-เมษายน 2560, 23-28.
ดวงหทัย ประทีปะเสน, อัษฎาวุธ กี่อำไพ, ฐิตินันท์ ใสฉิม, พีรพล ประชุมรัตน์ และ ธิดารัตน์ ขนุนนิล. (2563). การยกระดับผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่าทางการตลาดของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเครื่องแกง บ้านทุ่งคาในพื้นที่ตำบลหาดส้มแป้น อำเภอเมือง จังหวัดระนอง วารสารภูมินิเวศพัฒนาอย่างยั่งยืน ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2563, 33-42.
พรศิริ จงกล, ภาคิน อัตตวิริยะสุวร, มนัญชยา ถาวรสวัสดิ์, รชนีกร พลปัถพี และ สุภารัตน์ ค้างสันเทียะ. (2567). การประยุกต์ใช้ TRIZ และวิศวกรรมปัจจัยมนุษย์ในการปรับปรุงที่นั่งชิงช้า. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย, ปีที่ 18 ฉบับที่ 3, กันยายน-ธันวาคม, ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 23-36
พัชรีภรณ์ เกลี้ยงเกลา, จิตติมา ดำรงวัฒนะ , อุดมศักดิ์ เดโชชัย และ เดโช แขน้ำแก้ว (2566). แนวทางส่งเสริมการบริหารจัดการกลุ่มแม่บ้านผลิตเครื่องแกงชุมชนบ้านฝ่ายท่านาเขลียง หมู่ที่ 11 ตำบลนาแว อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน ปีที่ 3 ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน 2566, 36-48.
ยศวรรธน์ จันทนา และ นรัตน์ รัตนวัย. (2565). ปัจจัยที่เหมาะสมเพื่อการปรับตั้งค่าเครื่องหั่นใบตะไคร้ด้วยเทคนิคการออกแบบการทดลอง. วารสารวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, ปีที่ 14 ฉบับที่ 19, 83–95.
Hyer, N., & Wemmerlov, U. (2001). Reorganizing the factory: Competing through cellular manufacturing. CRC Press.
Pheasant, S.T. (1988). Antropromatry, Ergonomics and Design. London : Taylor
Francis.
Hignett, S., & McAtamney, L. (2000). Rapid entire body assessment (REBA). Applied ergonomics, 31(2), 201-205..
McAtamney, L., & Corlett, E. N. (1993). RULA: a survey method for the investigation of work-related upper limb disorders. Applied ergonomics, 24(2), 91-99.
Tayyari, F and Smith, J.L. (1997). Occupational Ergonomics : Principles and
Application. 1st ed. London, UK : Chapman & Hall.